แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภัยพิบัติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภัยพิบัติ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เมื่อใบไม้ใกล้ปลิดปลงเจอกับโจรขโมยน้ำ


ภายหลังจากที่ข่าวคราวเกี่ยวกับการลักลอบขโมยอาหาร ซึ่งได้รับจากการบริจาคโดยประชาคมโลก เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบทุพภิกขภัยในประเทศโซมาเลีย แพร่สะพัดออกมา ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการจัดการและแนวทางแก้ไขปัญหา โดยเจ้าหน้าที่โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ หรือดับบลิวเอฟพี ประกาศเตรียมเร่งดำเนินการสืบสวนกรณีดังกล่าว ขณะที่ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถหยุดส่งมอบความช่วยเหลือลงไปยังพื้นที่ได้ เนื่องจากความรุนแรงของวิกฤติการณ์ที่กำลังคุกคามชาวโซมาเลียขณะนี้

องค์การสหประชาชาติเรียกร้องความช่วยเหลือจากนานาชาติ หลังประชาชนชาวโซมาเลียจำนวนกว่า 3 ล้าน 2 แสนคน ประสบปัญหาความอดอยาก เนื่องจากต้องเผชิญทั้งปัญหาภัยแล้งครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี และเหตุการณ์ความรุนแรงเพื่อแย่งชิงอำนาจท้องถิ่น โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯกล่าวว่า มีเด็กชาวโซมาเลียอายุต่ำกว่า 5 ปี เสียชีวิตจากการขาดสารอาหารแล้วเป็นจำนวนถึงกว่า 29,000 ราย

แต่ความช่วยเหลือซึ่งเริ่มหลั่งไหลมาจากทั่วโลก กลายเป็นเหตุการณ์อื้อฉาว เมื่อมีผู้พบเบาะแสการลักลอบขโมยอาหารบริจาคไปขายตามร้านค้าท้องถิ่น โดยผู้สื่อข่าวต่างประเทศรายงานว่า พบร้านค้าจำนวนมาก มีกองกระสอบอาหารที่มีตราประทับของดับบลิวเอฟพี, หน่วยงานการกุศลสหรัฐฯ รวมถึงรัฐบาลญี่ปุ่น

อาหารที่ตกไปอยู่ในมือพ่อค้าหรือนักธุรกิจ มาจากทั้งการลักลอบขโมยและการใช้กำลังบังคับเอาจากผู้ประสบภัย โดยประชาชนในค่ายผู้อพยพรายหนึ่งกล่าวว่า เขาได้รับบริจาคข้าวโพดกระสอบมาแล้ว 2 ครั้ง และทุกครั้ง เขาถูกบังคับให้ต้องแบ่งครึ่งหนึ่งของสิ่งของบริจาค ให้กับหัวหน้าผู้ดูแลค่ายลี้ภัย เพื่อแลกกับการได้อยู่ในค่ายต่อไป

ส่วนเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในกรุงโมกาดิชู ของโซมาเลีย กล่าวว่า อาหารบริจาคอาจถูกขโมยเป็นจำนวนมากถึงครึ่งหนึ่งของปริมาณอาหารบริจาคทั้งหมด โดยเขาเชื่อว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือกลุ่มนายทุนไร้ศีลธรรม ที่แม้จะได้ส่วนแบ่งคิดเป็นรายได้เพียงน้อยนิด แต่ความช่วยเหลือที่หลั่งไหลเข้ามายังโซมาเลีย โดยขาดการควบคุมที่เข้มงวด ทำให้การขโมยและขายสินค้าบริจาค กลายเป็นช่องทางธุรกิจ ที่ทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ

ปัญหาที่เกิดขึ้น ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความสามารถในการเข้าถึงผู้ประสบภัย ของหน่วยงานการกุศล รวมถึงความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นของทางการโซมาเลีย ขณะที่เจ้าหน้าที่โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติกล่าวว่า การติดตามผลการช่วยเหลือในโซมาเลีย เป็นงานที่มีความสุ่มเสี่ยง โดยตั้งแต่เมื่อปี 2551 มีเจ้าหน้าที่ดับบลิวเอฟพี เสียชีวิตแล้วถึง 14 ราย

การส่งความช่วยเหลือให้ผู้ประสบภัยในโซมาเลีย ยังเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น แต่ปัญหาการลักลอบขโมยอาหารบริจาค ก็เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายต้องหันมาลงมือแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อให้การบริจาคและการช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะไม่เช่นนั้น ก็จะกลายเป็นเหมือนที่หัวหน้าหน่วยงานการกุศล ผู้ติดตามสถานการณ์โซมาเลีย กล่าวไว้ว่า ระหว่างการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เราได้แบ่งอาหารให้กองกำลังติดอาวุธและกลุ่มผู้มีอิทธิพลรอดพ้นจากวิกฤติภัยแล้ง เพื่อให้พวกเขาได้มีโอกาสกลับมาคร่าชีวิตชาวโซมาเลีย ที่เราพยายามช่วยเหลือและรักษาไว้ในวันนี้





J

วันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2554

เมื่อโลกเดินทางมาถึงปีที่ร้อนที่สุด

จากรายงานขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ องค์การนาซา และหน่วยงานดูแลมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศสหรัฐฯ หรือ เอ็นโอเอเอ (NOAA) มีข้อสรุปที่มีความเห็นค่อนข้างตรงกันว่า ค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิตลอดปี 2553 นั้น เป็นปีที่มีอุณหภูมิสูงที่สุด ในบันทึกของอุณหภูมิโลก

โดยบันทึกสถิติอุณหภูมิโลกนั้น สามารถย้อนหลังกลับไปได้ถึงปี 2423 ซึ่งจากข้อสรุปที่เพิ่งได้รับการเปิดเผยเมื่อต้นปีที่ผ่านมาพบว่า ปี 2553 นั้น ระดับอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีสูงกว่าค่ามาตราฐานกลางไป 0.62 องศาเซลเซียส เท่ากับปี 2548 ที่ 'เคย' เป็นปีที่มีค่าเฉลี่ยอุณหภูมิสูงที่สุด

ขณะที่ถ้าเทียบกันถึงหลักของตัวเลขจุดทศนิยม ปี 2553 จะก้าวขึ้นครองตำแหน่ง ด้วยตัวเลขมากกว่าฉิวเฉียดไม่ถึง 0.001 องศาเซลเซียส

ทั้งที่ เมื่อปี 2553 เป็นปีที่ปริมาณแสงอาทิตย์ ตกกระทบมาสู่โลก 'น้อย' ที่สุดในรอบเกือบศตวรรษ จากผลกระทบของจุดบอดบนดวงอาทิตย์ ขณะเดียวกับที่ครึ่งปีหลัง เกิดปรากฏการณ์ลานีญาขึ้น ซึ่งมีความหมายว่า ผิวน้ำทะเลแถบตอนกลางและตะวันออกของแปซิฟิก บริเวณเขตศูนย์สูตรจะมีระดับอุณหภูมิ 'ต่ำ' กว่าปกติ

โดยตัวเลขอุณหภูมิที่สูงขึ้นในปี 2553 นั้น สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบจากสภาวะโลกร้อนที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ โดยดึงตัวเลขเฉลี่ยของอุณหภูมิโลกให้เพิ่มสูงขึ้น ทั้งที่มีเหตุและปัจจัยหลายประการ ที่เอื้อให้การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลกควรเปลี่ยนไปในลักษณะที่ลดต่ำลง

ถึงปัจจุบัน อาจยังไม่มีใครสามารถออกมาชี้แจง แยกแยะข้อดี ข้อเสีย รวมถึงแสดงหลักฐานที่เป็นรูปธรรมว่า ปัญหาทั้งหมดทั้งมวลที่เรากำลังเผชิญหน้า เกิดขึ้นจากสถานการณ์ที่เราเรียกว่า 'สภาวะโลกร้อน'

แต่สิ่งที่เห็นและเป็นไปในขณะนี้กับสถานการณ์และบรรยากาศโลกรอบตัว คงพอจะบอกอะไรบางอย่างกับเราได้ว่า อนาคตของสิ่งที่มนุษยชาติกำลังจะต้องเผชิญนั้น อาจไม่ใช่เพียงแค่การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอีกต่อไป




J